วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

จัดทำบทความโดย นางสาว พนิดา ศรสุวรรณวุฒิ เลขทะเบียน4902100040

เรื่อง ทีเอ็มบีมองค่าเงิน ปีหน้าอ่อน34บาท

“ทหารไทย” ทำนายสวนตลาดเงิน คาดปีหน้าได้เห็น เงินบาทอ่อนค่ายืน 34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากการขาดดุลบัญชีฯ

น.ส.สุทธาภา อมรวิวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานวิเคราะห์ความเสี่ยงและวิจัยธนาคารทหารไทย (ทีเอ็มบี) เปิดเผยว่า ธนาคารคาดการณ์ว่าปี 2553 ค่าเงินบาทจะอ่อนค่าตั้งแต่ครึ่งปีหลังเป็นต้นไป เพราะเงินเหรียญสหรัฐจะเริ่มแข็งค่าขึ้น จากการที่รัฐบาลสหรัฐลดการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ดอกเบี้ยสหรัฐค่อยๆ ปรับขึ้น เงินบาทก็จะอ่อนค่าลง
ทั้งนี้ ประกอบกับกลางปีหน้าเป็นต้นไป จะเห็นประเทศไทย ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด จากการ สั่งซื้อสินค้าที่เริ่มเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เงินบาทกลับอ่อนค่า

“คาดการณ์เงินบาทปลายปีหน้าอยู่ที่ 34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ” น.ส.สุทธาภา กล่าว

น.ส.สุทธาภา ยังเป็นห่วงว่าหลังจากนี้ประเทศในเอเชียอาจจะแข่งขันกันลดค่าเงินตัวเองเพื่อช่วยเหลือการส่งออก หลังเวียดนาม มีการลดค่าเงินลง 5% และเป็นการลดค่าเงินครั้งที่ 3 ในรอบ 2 ปี เพื่อสู้กันในเรื่องของราคาสินค้าเพื่อ ส่งออก

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า เงินบาทปิดตลาดวานนี้ที่ระดับ 33.22 บาท ต่อเหรียญสหรัฐ ทรงตัวจาก เปิดตลาดที่ระดับ 33.21 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เนื่องจากนักลงทุนต่างรอดูความชัดเจนของมาตรการให้ความช่วยเหลือจากรัฐบาล สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ที่จะออกมาแก้ไขปัญหากรณีดูไบ เวิลด์

ที่มา:หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ สรุปข่าวการเงิน,,,วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2552


คำถามท้ายเรื่อง

1.การจากคาดการณืว่าค่าเงินบาทจะอ่อนค่าลงเกิดจากสาเหตุใด
2.ใครเป็นผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคารTMB
3.การคาดการณ์เงินบาทปลายปีหน้าจะอยู่ที่กี่บาทต่อเหรียญสหรัฐ

วันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

จัดทำบทความโดย นางสาวณัฐชา จรัลเกียรติกุล เลขทะเบียน 4902100017

เรื่องธปท.ยันไม่ลดดอกเบี้ยบัตรเครดิต
ผู้ว่าการธปท. เสียงแข็ง ระบุ ดอกเบี้ยบัตรเครดิตขณะนี้สมดุลแล้ว เพดาน 20% ไม่ใช่ระดับที่ผิดปกติ นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)เปิดเผยว่า การที่กระทรวงยุติธรรมต้องการให้ธปท.ปรับลดเพดานของดอกเบี้ยบัตรเครดิต ซึ่งปัจจุบันเรียกเก็บดอกเบี้ยรวมค่าธรรมเนียมแล้วไม่เกิน 20% นั้น ธปท.พิจารณาดูภาพโดยรวมแล้วในขณะนี้ไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง ซึ่งการพิจารณาเรื่องดอกเบี้ยนั้นต้องดูทั้งสองด้าน ทั้งความต้องการซื้อและความต้องการปล่อยกู้ หากดอกเบี้ยอยู่ในอัตราที่สูงไปก็เป็นการเอาเปรียบผู้ใช้สินเชื่อ แต่หากดอกเบี้ยต่ำกว่าความเสี่ยงของลูกค้าก็ทำให้ผู้ปล่อยสินเชื่อไม่อยากปล่อย และอาจจะทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้ต้องหนีไปใช้บริการเงินกู้นอกระบบได้


ที่มา:หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ สรุปข่าวการเงิน -- เสาร์ที่ 21 พฤศจิกายน 2009
คำถามท้ายเรื่อง
  1. ใครคือผู้ที่ต้องการให้ปรับลดดอกเบี้ยบัตรเครดิต
  2. การพิจารณาเรื่องดอกเบี้ยต้องดูอะไรบ้าง
  3. ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิตคือเท่าไร