จัดทำบทความโดย นางสาว ณัฐชา จรัลเกียรติกุล เลขทะเบียน 4902100017
เรื่อง รายได้รัฐ 2 เดือนแรก พุ่งเกินเป้า 4 หมื่นล้าน สรรพากรลั่นปี 2553 เกินเป้าอย่างน้อยแสนล้าน
นายสาธิต รังคสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ในเดือนพ.ย. 2553 รัฐบาล จัดเก็บรายได้สุทธิ 1.27 แสนล้านบาท ทะลุเป้ากว่า 2 หมื่นล้านบาท ต่อเนื่องเป็นเดือนที่สองของปีงบประมาณ 2553 สำหรับในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2553 (ต.ค.–พ.ย. 2552) รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 243,080 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 40,419 ล้านบาท หรือ 19.9% โดยทั้ง 3 กรมหลัก ได้แก่ กรมสรรพสามิต กรมสรรพากร และกรมศุลกากร จัดเก็บภาษีได้สูงกว่า เป้าหมาย ผลการจัดเก็บภาษีเกินเป้า ทำให้มั่นใจว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาสสุดท้ายของปี 2552 จะขยายตัวในอัตราที่เป็นบวกตามที่สศค. ประมาณการไว้
ทั้งนี้ เป็นผลจากการบริโภคและการนำเข้าที่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน ส่งผลให้ภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรขาเข้าขยายตัวในอัตราที่สูง และผลการจัดเก็บใกล้เคียงกับระดับที่เคยจัดเก็บได้ก่อนวิกฤตเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันภาษีสรรพสามิตรถยนต์ทะลุ 6,000 ล้านบาท สูงสุดในรอบเกือบ 4 ปี
ด้านนายวินัย วิทวัสการเวช อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ยอดเก็บภาษีเดือนพ.ย. ได้ 85,237 ล้านบาท สูงกว่าเป้า 7,084 ล้านบาท หรือ 9.06% ส่งผลให้การจัดเก็บภาษีในเดือนต.ค.-พ.ย. มียอดการจัดเก็บ 157,464 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 14,073 ล้านบาท หรือคิด 9.81% โดยการเก็บภาษีทุกประเภทสูงกว่าประมาณการ มีเพียงการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะที่จัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการเล็กน้อย เนื่องจากได้มีการลดอัตราการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะจากการขายอสังหาริมทรัพย์
สำหรับการจัดเก็บภาษีในเดือนธ.ค. ระหว่างวันที่ 1-8 กรมสรรพากรสามารถจัดเก็บภาษีหัก ณ ที่จ่ายได้สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดว่าสิ้นเดือนจะจัดเก็บได้สูงกว่าประมาณการ 8,600 ล้านบาท หรือ 14.3% ทำให้กรมสรรพากรคาดว่าจะทำการเก็บภาษีทั้งปีได้เกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 1,098,000 ล้านบาท เป็นจำนวน 1 แสนล้านบาท หรือประมาณ 8-10%
“การเก็บภาษีที่เพิ่มขึ้นมีสาเหตุจากการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการบริโภคในประเทศ สามารถจัดเก็บได้สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน และภาษีจากการนำเข้าก็มีแนวโน้มการจัดเก็บสูงขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าสภาวะเศรษฐกิจเริ่มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้ประชาชนมีการบริโภคมากขึ้น รวมทั้งการสั่งวัตถุดิบ โดยเฉพาะเครื่องจักรก็มีเข้ามามาก” นายวินัย กล่าว
นายวินัย กล่าวว่า สำหรับนโยบายการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีในปี 2553 กรมจะมีการพัฒนาระบบไอที เชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กับระบบภาษีเงินได้หลักให้เต็มประสิทธิภาพ เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการกำกับดูแลผู้เสียภาษีรายตัว โดย จะเชื่อมโยงข้อมูลเพิ่มเติมกับกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กรมที่ดิน กรมแรงงาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กระทรวงพาณิชย์ หน่วยราชการที่ทำ นิติกรรมสัญญากับภาคเอกชนประจำ
นอกจากนี้ จะกำกับดูแลผู้เสียภาษี โดยมุ่งเน้นห่วงโซ่ทางการค้าของธุรกิจ (Supply Chain) กลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพ และกลุ่มที่มีแนวโน้มเสียภาษีไม่ถูกต้อง รวมถึงติดตามโครงการตามแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลระยะที่ 2
ทั้งนี้ พร้อมจัดระดับคุณภาพของสำนักงานบัญชี แบ่งออกเป็น 3 ขนาด ใหญ่ กลาง เล็ก เพื่อประโยชน์ต่อการบริหารการจัดเก็บภาษี โดยเพิ่มความเข้มในการสืบสวน และตรวจสอบภาษีอย่างต่อเนื่องกับผู้ออกใบกำกับภาษีปลอม ผู้ขอคืนภาษีเป็นเท็จ และผู้สร้างรายจ่ายเป็นเท็จ
ที่มา:หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ สรุปข่าวการเงิน ประจำวันที่18 ธันวาคม 2552
คำถามท้ายเรื่อง
1.สำหรับในช่วง 2 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2553 (ต.ค.–พ.ย. 2552) รัฐบาลจัดเก็บรายได้สุทธิ 243,080 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 40,419 ล้านบาท หรือ 19.9% ได้แก่ภาษีใดบ้าง
2.นโยบายการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีในปี 2553 จะมีการจัดการเป็นอย่างไร
3.เพราะเหตุใดการจัดภาษีธุรกิจเฉพาะที่จัดเก็บได้ต่ำกว่าประมาณการเล็กน้อย
วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2552
จัดทำบทความโดย นางสาว นาตยา มาทัด เลขทะเบียน 4902100047
เรื่อง นักวิชาการลุ้น ลงทุน-เกษตร ช่วยปีหน้าฟื้น นักเศรษฐศาสตร์มองตรงกันเศรษฐกิจปีหน้าดีขึ้น เชื่อราคาสินค้าเกษตรหนุน
นางเสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยปีหน้าน่าจะดีขึ้น แต่ยังคงใช้เวลาพอสมควรกว่าจะปรับเท่าเดิม ซึ่งล่าสุดการบริโภคในประเทศก็เริ่มกลับมาดีขึ้น คาดว่าไตรมาส 4 ปีนี้น่าจะโตได้ที่ระดับ 1.6% ซึ่งทำให้ทั้งปีนี้น่าจะขยายตัวเป็นลบ 3% กว่าๆ และปีหน้าน่าจะโตได้ที่ 3-4%
เนื่องจากปัจจัยบวกด้านการฟื้นตัว ของเศรษฐกิจโลกและผลจากราคาสินค้าเกษตรที่ดีขึ้น ก็น่าจะช่วยให้พื้นฐาน การบริโภคในประเทศปรับไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้
ด้านนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า หากมีสถานการณ์จากเหตุการณ์ทางการเมืองอีกทุกอย่างอาจไม่เป็นอย่างที่คาด และนอกจากนี้ยังมีปัจจัยลบจากการ ใช้กำลังการผลิตที่จะเพิ่มการลงทุนใหม่ เพราะกำลังการผลิตเดิมก็ยังใช้ไม่หมด
นางหิรัญญา สุจินัย ที่ปรึกษาด้านการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า สัญญาณการลงทุนเอกชนดีขึ้น เพราะการลงทุนติดลบน้อยลง การใช้กำลังการผลิตช่วงปลายปีก็มีสัญญาณดีขึ้นมาอยู่ระดับ 50% จากเดิมต่ำที่ 30% หรือขนาดบางต้องปิดกิจการชั่วคราว 2-3 เดือน สินค้าส่งออกหลายประเภทดีขึ้น ข้อมูลไตรมาส 3 ดีขึ้นทุกตัว ส่งผลให้ภาคการผลิตในอุตสาหกรรมไทย มีแนวโน้มดีขึ้น เริ่มเห็นการนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์เตรียมการผลิตในระยะต่อไปแล้ว
ที่มา ข่าวโพสต์ทูเดย์ ประจำวันที่ 18 ธันวาคม 2552
คำถามท้ายเรื่อง
1.นางเสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์ คาดว่าในไตรมาสใด จะทำให้พฤติกรรมการบริโภคในประเทศก็เริ่มกลับมาดีขึ้น และอยู่ที่ระดับเท่าใด
2.การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยจะส่งผลดีกับประเทศไทยอย่างไงบ้าง
3.ปีหน้าเศรษฐกิจไทยน่าจะโตขึ้นอยู่ที่กี่เปอร์เซ็น
เรื่อง นักวิชาการลุ้น ลงทุน-เกษตร ช่วยปีหน้าฟื้น นักเศรษฐศาสตร์มองตรงกันเศรษฐกิจปีหน้าดีขึ้น เชื่อราคาสินค้าเกษตรหนุน
นางเสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยปีหน้าน่าจะดีขึ้น แต่ยังคงใช้เวลาพอสมควรกว่าจะปรับเท่าเดิม ซึ่งล่าสุดการบริโภคในประเทศก็เริ่มกลับมาดีขึ้น คาดว่าไตรมาส 4 ปีนี้น่าจะโตได้ที่ระดับ 1.6% ซึ่งทำให้ทั้งปีนี้น่าจะขยายตัวเป็นลบ 3% กว่าๆ และปีหน้าน่าจะโตได้ที่ 3-4%
เนื่องจากปัจจัยบวกด้านการฟื้นตัว ของเศรษฐกิจโลกและผลจากราคาสินค้าเกษตรที่ดีขึ้น ก็น่าจะช่วยให้พื้นฐาน การบริโภคในประเทศปรับไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้
ด้านนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า หากมีสถานการณ์จากเหตุการณ์ทางการเมืองอีกทุกอย่างอาจไม่เป็นอย่างที่คาด และนอกจากนี้ยังมีปัจจัยลบจากการ ใช้กำลังการผลิตที่จะเพิ่มการลงทุนใหม่ เพราะกำลังการผลิตเดิมก็ยังใช้ไม่หมด
นางหิรัญญา สุจินัย ที่ปรึกษาด้านการลงทุน สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า สัญญาณการลงทุนเอกชนดีขึ้น เพราะการลงทุนติดลบน้อยลง การใช้กำลังการผลิตช่วงปลายปีก็มีสัญญาณดีขึ้นมาอยู่ระดับ 50% จากเดิมต่ำที่ 30% หรือขนาดบางต้องปิดกิจการชั่วคราว 2-3 เดือน สินค้าส่งออกหลายประเภทดีขึ้น ข้อมูลไตรมาส 3 ดีขึ้นทุกตัว ส่งผลให้ภาคการผลิตในอุตสาหกรรมไทย มีแนวโน้มดีขึ้น เริ่มเห็นการนำเข้าเครื่องจักรและอุปกรณ์เตรียมการผลิตในระยะต่อไปแล้ว
ที่มา ข่าวโพสต์ทูเดย์ ประจำวันที่ 18 ธันวาคม 2552
คำถามท้ายเรื่อง
1.นางเสาวนีย์ ไทยรุ่งโรจน์ คาดว่าในไตรมาสใด จะทำให้พฤติกรรมการบริโภคในประเทศก็เริ่มกลับมาดีขึ้น และอยู่ที่ระดับเท่าใด
2.การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยจะส่งผลดีกับประเทศไทยอย่างไงบ้าง
3.ปีหน้าเศรษฐกิจไทยน่าจะโตขึ้นอยู่ที่กี่เปอร์เซ็น
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)